แผลร้อนในในปาก รักษาอย่างไรให้หายเร็ว? สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลเบื้องต้น

แผลร้อนในในปาก รักษาอย่างไรให้หายเร็ว? สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลเบื้องต้น

แผลร้อนใน (Canker sore) เป็นแผลเล็ก ๆ ในช่องปากที่สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการกิน พูด หรือแปรงฟัน แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตไม่น้อย โดยแผลร้อนในสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีขนาดใหญ่หรือเกิดบ่อย อาจต้องสังเกตถึงโรคแฝงอื่น ๆ บทความนี้สรุปสาเหตุ วิธีดูแล และแนวทางรักษาแผลร้อนในอย่างถูกต้องตามหลักทางการแพทย์

สาเหตุของแผลร้อนใน

  1. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือร่างกายอ่อนเพลีย
    เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอหรือติดเชื้อไวรัสบางชนิด
  2. การบาดเจ็บในช่องปาก
    เช่น การกัดปากโดยไม่ตั้งใจ แปรงฟันแรง หรือใส่เหล็กดัดฟัน
  3. ขาดวิตามิน
    โดยเฉพาะวิตามิน B12, โฟเลต, ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี
  4. ความเครียดและฮอร์โมน
    โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงมีประจำเดือนหรือเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  5. อาหารกระตุ้น
    อาหารรสจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด เช่น สับปะรด มะม่วงดิบ

อาการของแผลร้อนใน

  • แผลวงกลมเล็กสีขาวหรือเหลือง มีขอบแดง
  • พบได้ที่กระพุ้งแก้ม ลิ้น เพดาน หรือเหงือก
  • เจ็บหรือแสบเวลาเคี้ยวอาหารหรือดื่มน้ำ
  • ไม่มีไข้หรือการติดเชื้อแพร่กระจาย (ต่างจากแผลเริม)

วิธีดูแลและรักษาแผลร้อนในให้หายเร็ว

  1. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อน
    ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ ควรบ้วนหลังอาหารและก่อนนอน
  2. ใช้ยาทาเฉพาะที่
    เช่น ยาทาแผลร้อนในกลุ่มสเตียรอยด์หรือยาชาเฉพาะที่ ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด
  3. งดอาหารรสจัดและเครื่องดื่มที่ระคายเคือง
    หลีกเลี่ยงของร้อนจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด รวมถึงกาแฟและแอลกอฮอล์
  4. เสริมวิตามิน
    โดยเฉพาะวิตามินบีรวม และวิตามินซี ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อในช่องปาก
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
    ร่างกายจะซ่อมแซมแผลได้ดีขึ้นเมื่อไม่อ่อนเพลีย

ควรไปพบแพทย์เมื่อใด

  • แผลใหญ่ผิดปกติหรือหลายจุด
  • แผลไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
  • มีไข้สูงหรืออาการคล้ายติดเชื้ออื่น ๆ ร่วมด้วย
  • มีอาการเจ็บมากจนกินหรือดื่มไม่ได้

สรุป

แผลร้อนใน มักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันหรือภาวะร่างกายอ่อนแอ การดูแลตนเองอย่างเหมาะสม เช่น การบ้วนปาก ใช้ยาทา และเลี่ยงอาหารกระตุ้น จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น หากแผลเป็นซ้ำบ่อย หรือมีขนาดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น การขาดวิตามินเรื้อรัง หรือโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save