เมื่อเด็กต้องพบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เช่น ภัยพิบัติ การสูญเสีย หรือความรุนแรงในครอบครัว ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงจำกัดอยู่แค่ช่วงเวลานั้น แต่อาจฝังลึกในจิตใจและพัฒนาไปสู่อาการทางจิตเวชที่เรียกว่า โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ใกล้ชิดอย่างเหมาะสม ปัญหานี้อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต การเรียนรู้ และพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว
สาเหตุและสัญญาณของ PTSD ในเด็ก
PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) คือภาวะป่วยทางจิตใจหลังจากเผชิญเหตุการณ์รุนแรง โดยอาจเกิดจากการเป็นผู้ประสบเหตุโดยตรง หรือเห็นเหตุการณ์นั้นผ่านตาตนเอง เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การถูกทำร้ายร่างกาย การล่วงละเมิดทางเพศ หรืออยู่ในครอบครัวที่มีความรุนแรง เด็กที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่:
- การคิดวนซ้ำถึงเหตุการณ์
ฝันร้าย เห็นภาพหลอน หรือรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์อีกครั้ง (Flashback) - การหลีกเลี่ยง
หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งที่กระตุ้นความทรงจำ ไม่กล้าพูดถึง ไม่ร่วมกิจกรรม - ความคิดและอารมณ์เปลี่ยนแปลงในทางลบ
ขาดความสนใจสิ่งรอบตัว รู้สึกผิด โกรธง่าย ตำหนิตนเอง แยกตัวจากสังคม - อาการตื่นตัวเกินปกติ
ตกใจง่าย นอนไม่หลับ ขาดสมาธิ กลัวเสียงดัง หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว
หากอาการเหล่านี้คงอยู่เกิน 4 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ หรือเริ่มรุนแรงขึ้น ควรรีบพาเด็กเข้ารับการประเมินจากจิตแพทย์เด็กโดยเร็ว
การรักษาและดูแลเด็กที่มีภาวะ PTSD
1. จิตบำบัดเฉพาะทาง
- Trauma-Focused Cognitive Behavioral Therapy (TF-CBT)
ช่วยให้เด็กเผชิญและจัดการกับความทรงจำอย่างเป็นระบบ ปรับความคิดและอารมณ์โดยมีพ่อแม่ร่วมกระบวนการ - Family Therapy
เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจและทักษะในการดูแลลูกอย่างถูกต้อง
2. การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
- ฟื้นฟูชุมชนให้ปลอดภัย
- สนับสนุนให้เด็กกลับเข้าสู่กิจวัตรตามปกติ
- ให้ครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกันโดยเร็ว
- ให้ความรู้กับครูและผู้เกี่ยวข้องเพื่อร่วมดูแล
3. การใช้ยา (กรณีจำเป็น)
แม้จะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเด็กเท่าผู้ใหญ่ แต่ในบางรายอาจพิจารณายาในกลุ่ม SSRIs (เช่น Sertraline) โดยต้องอยู่ในการดูแลของจิตแพทย์เด็กเท่านั้น
บทบาทของพ่อแม่และผู้ดูแล: ปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัว
- แสดงความเข้าใจ ให้กำลังใจ และทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย
- รับฟังโดยไม่ตัดสิน หลีกเลี่ยงการบังคับให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำ
- หลีกเลี่ยงการสัมภาษณ์หรือการนำเสนอเหตุการณ์ต่อสื่อ
- สนับสนุนให้เด็กได้ทำกิจกรรมตามปกติ โดยมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิด
- หากพ่อแม่มีอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ควรเข้ารับการปรึกษาเช่นกัน เพราะสุขภาพจิตของพ่อแม่ส่งผลโดยตรงต่อเด็ก
สรุป
PTSD ในเด็ก เป็นภาวะที่ควรได้รับความใส่ใจอย่างจริงจัง โดยเฉพาะหากเด็กแสดงพฤติกรรมเปลี่ยนไปหลังเหตุการณ์เลวร้าย การให้เด็กได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต การมีพ่อแม่และผู้ใหญ่ใกล้ชิดที่เข้าใจ คอยรับฟังและอยู่เคียงข้าง คือหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กอย่างแท้จริง