ทุกวันนี้ชีวิตการทำงานที่เร่งรีบอาจทำให้เรามองข้ามความเหนื่อยล้าสะสม จนกลายเป็น “สภาวะหมดไฟ” หรือ Burnout Syndrome ซึ่งไม่ใช่แค่ความขี้เกียจ แต่เป็นภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง การรู้เท่าทัน หมดไฟ อาการ เริ่มต้น จะช่วยให้คุณรักษาใจได้ทันก่อนจะสายเกินไป
เหนื่อยล้าทางอารมณ์และร่างกาย สัญญาณเด่นของอาการหมดไฟ
อาการของคนหมดไฟมักเริ่มจากความรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง (Exhaustion) แม้จะนอนพักผ่อนเพียงพอแต่ก็ยังรู้สึกไม่มีแรงลุกไปทำงานในเช้าวันจันทร์ ร่างกายอาจแสดงออกผ่านอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดหลัง หรือปัญหาในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีสัญญาณทางอารมณ์ เช่น ความรู้สึกหงุดหงิดง่าย มองโลกในแง่ร้าย และเริ่มแยกตัวออกจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหากปล่อยไว้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเห็นได้ชัด
วิธีแยกแยะระหว่างความเหนื่อยล้าธรรมดากับภาวะหมดไฟ
ความแตกต่างสำคัญคือ “ความต่อเนื่อง” ของอาการ หากคุณพักผ่อนในช่วงเสาร์-อาทิตย์แล้วกลับมาสดชื่น นั่นอาจเป็นเพียงความเหนื่อยล้าปกติ แต่ถ้าความรู้สึกไม่อยากทำงานยังคงอยู่แม้จะลาพักร้อนไปแล้ว นั่นคือสัญญาณอันตราย การสำรวจตัวเองเป็นประจำจึงสำคัญมาก หากพบว่าตนเองมีอาการเหล่านี้ ควรเริ่มปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ตั้งขอบเขตการทำงาน (Work-life Balance) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืน